หากถามว่า วัสดุที่จำเป็นสำหรับบ้านมีอะไรบ้าง ? "สายไฟ" ต้องเป็นหนึ่งในวัสดุที่อยู่ในจำนวนนั้นแน่นอน เพราะหากไร้ซึ่งสายไฟ ก็ย่อมไร้ซึ่งไฟฟ้าแน่นอน และถ้าไร้ไฟฟ้าในยุคนี้ รับรองบ้านนั้นได้โกลาหลกันแน่ๆ เพราะไฟฟ้าได้เป็นเป็นส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนยุคปัจจุบันไปแล้ว ใครจะต้องเปิดไฟให้บ้านสว่าง ไหนจะดูโทรทัศน์ ไหนจะชาร์ตแบตมือถือ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น ด้วยนี้ สายไฟจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดเสียมิได้ เพราะหากขาดไปก็ย่อมจะขาดไฟฟ้าสำหรับใช้ไปด้วยนั้นเอง

สายไฟ เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างจะยาวนานและไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย แต่มันก็มีบางกรณีอย่างเช่น สายไฟเก่า ขาด ชำรุด เราก็ต้องทำการเปลี่ยนสายใหม่ ซึ่งถ้าเอาง่ายๆ เลยก็ให้ช่างทำการเปลี่ยนให้ก็สิ้นเรื่อง แต่ก็มีบางคนที่อาจจะไม่สามารถหาช่างมาทำให้ได้ ก็ต้องทำด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมีคำแนะนำสำหรับการเลือกซื้อสายไฟมาฝากกัน เพราะหากคุณต้องทำเอง คุณก็ต้องไปซื้อเอง และคุณก็ควรมีความรู้ก่อนที่จะซื้อมันด้วย ฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า เราควรเลือกซื้อสายไฟอย่างไร ?

  1. ก่อนอื่นต้องวัดความยาวของสายไฟก่อน โดยให้เราทำการวัดให้ละเอียดถี่ถ้วน หากเจอมุมก็ให้วัดที่มุมด้วย หลังจากนั้นก็ให้เราบวกเพิ่มไปซัก 5 เมตร เพราะในเวลาที่เราต้องใช้จริงนั้น อาจมีกรณีสายไม่พอ หรือต้องตัดบางส่วนของสายทิ้งไป ดังนั้น จะต้องซื้อสายไฟมาให้เหลือกว่าที่ต้องการใช้จริงเสียหน่อย 5 เมตรกำลังดี อย่าไปเสียดายเงินเลยครับ แค่นิดหน่อย เพราะหากไม่พอนี้เรื่องใหญ่เลย
  2. ได้ความยาวแล้วก็ต้องรู้ขนาดของสายไฟด้วย สำหรับข้อนี้ให้ง่ายเลยก็คือ ให้ใช้สายขนาดเท่าเดิมนั้นแหละครับ โดยอาจจะเอาบางส่วนของสายไปที่ร้านให้ทางร้านดูแล้วซื้อตามขนาดเดิม และไม่ควรใช้สายขนาดเล็กกว่าเดิมเป็นอันขาดนะครับ
  3. ใช้สายไฟให้ถูกประเภทด้วย ถ้าเราใช้ภายในบ้านของเราก็ให้เลือกประเภทแรงดันต่ำครับ จริงๆ ขนาดของสายมันก็ฟ้องอยู่แล้วครับว่าใช้สายประเภทไหน แต่ก็แค่บอกให้รู้เพิ่มเติมครับ ส่วนแบบแรงดันสูงนั้น เราคงไม่ได้ใช้อยู่แล้วครับ ถ้าเราทำด้วยตนเอง เพราะแบบแรงดันสูงนั้น ส่วนใหญ่จะต่อจากหม้อเข้ามาสู่บ้าน ซึ่งเราไม่ควรทำเอง ควรให้ทางการไฟฟ้าเป็นคนจัดการให้ครับ เพราะมันอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา : Electriccable | สายไฟฟ้า

Comment

Comment:

Tweet