ในบางครั้งการเลือกกิน อาหารแคลอรี่ต่ำ นั้นก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากว่า อาหารแคลอรี่ต่ำ นั้นถือว่าสามารถที่จะช่วยร่างกายได้ในหลายๆ เรื่องและที่สำคัญ "อาหารแคลอรี่ต่ำ" เองนั้นก็ยังสามารถที่จะช่วยให้คุณได้กินอาหารอื่นได้อีกหลากหลายเลยทีเดียว และแน่นอนว่ามีอีกหนึ่งส่วนผสมของ อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากและ อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่ว่าจะคืออะไรนั้นมีดังนี้

กุ้ง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมหลักเลยทีเดียวของ "อาหารแคลอรี่ต่ำ" ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเพราะจะช่วยในเรื่องของโปรตีนให้กับร่างกาย และที่สำคัญนั้นสามารถที่จะเปรียบเทียบได้เลยว่าจะทำให้ได้รับแคลอรี่น้อยกว่าการเลือกกินอกไก่ 4 ออนซ์ โดยเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างอกไก่ 4 ออนซ์นั้นคุณสามารถที่จะกินกุ้งได้ถึง 16 ตัวใหญ่ๆเลยทีเดียว และที่สำคัญนั้นภายในกุ้งเองก็ยังมีสารอาหารสำคัญไม่ว่าจะเป็นวิตามินดี เซเลเนียม และที่สำคัญก็ยังได้รับโอเมก้า 3 ด้วย

ดังนั้นแล้วการเลือกกิน "อาหารแคลอรี่ต่ำ" อย่างกุ้งนั้น จึงเป็นทางเลือกที่ดีเป็นอย่างมากและที่สำคัญนั้น "อาหารแคลอรี่ต่ำ" อย่างกุ้งยังสามารถที่จะนำไปดัดแปลง หรือปรับปรุงให้เป็น อาหารแคลอรี่ต่ำ รูปแบบอื่นๆอีกมากมาย เพราะฉะนั้นแล้วจึงเป็นทางเลือกของ อาหารแคลอรี่ต่ำ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก

อาหารแมว กับ ผลไม้

posted on 15 Aug 2017 08:31 by gotengroup

ในการเลี้ยงแมวมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรที่จะรู้เกี่ยวกับแมว โดยเฉพาะในเรื่องของ "อาหารแมว" ที่สามารถที่จะส่งผลในด้านการดำเนินชีวิตของแมวได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่ในส่วนนี้ก็อาจจะมีอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาหารของแมว โดยในบางครั้งก็อาจจะมาในรูปของของหวาน หรืออาจจะเป็น อาหารแมว แบบอาหารว่าง

โดยถ้าหากว่าจะให้พูดถึง "อาหารแมว" ที่สามารถที่จะเป็นได้ทั้งแบบอาหารหลัก และเป็นได้ทั้งขนมและของว่างเลยก็คือ ผลไม้ โดยสำหรับผลไม้ที่เหมาะที่จะเป็น อาหารแมว ได้นั้น ก็มี แตงโม แคนตาลูป เมล่อน เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีมากที่สุดสำหรับแมว ในความเป็นจริงแล้วหลายๆคนมักจะนึกว่าที่แมวนั้นชอบผลไม้เหล่านี้เพราะหวาน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นผลไม้ที่มีน้ำเยอะมากกว่าแมวจึงชื่นชอบเป็นพิเศษ แต่ในส่วนนี้นั้นก็จำเป็นที่จะต้องระวังในส่วนของไขมันที่อยู่ภายในผลไม้ด้วย เพราะสำหรับ อาหารแมว ไม่ควรที่จะมีไขมันมากจนเกินไป และข้อสำคัญเลยทีเดียวสำหรับ อาหารแมว ที่ควรที่จะรู้เลยคือไม่ควรที่จะมีส่วนผสมของเนื้อน้อยเกินไป หรือถ้าจะให้บอกอีกอย่างเลยก็คือไม่ควรที่จะงดเนื้อสัตว์ไปจาก อาหารแมว

เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าอยากให้แมวได้รับสารอาหารหรือใยอาหาร ก็แนะนำว่าให้มีการแบ่งผักหรือผลไม้ให้แมวได้กินบ้าง แต่ในส่วนของ "อาหารแมว" ที่เป็นหลักนั้นก็ให้มีการใส่เนื้อสัตว์ไปตามปกติ ก็สามารถที่จะช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพได้เช่นกัน และในปัจจุบันมี อาหารแมว ให้เลือกหลากหลาย เพราะฉะนั้นควรศึกษาวิธในการเลือก "อาหารแมว" ด้วย

การใช้ "พรมปูพื้น" ก็เรียกได้เป็นปัญหาสำคัญเลยทีเดียว ในเรื่องของการทำความสะอาด พรมปูพื้น ซึ่งคิดว่าอาจจะไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะในเรื่องของการทำความสะอาด พรมปูพื้น นั้น ก็สามารถที่จะมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการทำความสะอาด พรมปูพื้น ให้กลับมาสะอาดได้เช่นกัน แต่บางคนก็อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกับวิธีในการทำความสะอาด พรมปูพื้น ที่ง่ายที่สุดนั้นมีดังนี้

พรมปูพื้น

วิธีแรก ให้ทำการฉีดน้ำยาทำความสะอาดโฟมลงบน พรมปูพื้น ให้ทั่ว แล้วหลังจากนั้นให้นำเบกกิ้งโซดาหรือแป้งข้าวโพดไปโรยไว้บน พรมปูพื้น ที่ถูกฉีดน้ำยาทำความสะอาดเอาไว้ โดยโรยทิ้งไว้ 10 นาทีจนแห้งแล้วหลังจากนั้นให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดเอาเบกกิ้งโซดาทั้งหมดนี้ออกจาก พรมปูพื้น สำหรับวิธีแรกถือได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายแต่ถ้าหากว่าไม่ออกแนะนำให้ใช้อีกหนึ่งวิธี

วิธี 2 ให้ผสมน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และ อุ่น 2 ถ้วยหลังจากนั้นให้ นำมาฉีดไว้บน พรมปูพื้น เช่นกันแล้วนำผ้ามาวางซับไว้ด้านบน หรือถ้าหากว่าไม่อยากใช้ผ้าก็สามารถที่จะใช้เป็นฟองน้ำถูก พรมปูพื้น ออก แต่ในครั้งนี้คือการใช้ฟองน้ำที่ชุบน้ำเย็นแล้วถูกออกจนแห้ง แต่ถ้าหากว่าใครต้องการที่จะใช้ผ้าแนะนำให้ใช้เป็นผ้าไมโครไฟเบอร์จะช่วยได้ดีกว่า

เพราะฉะนั้นแล้ว สำหรับวิธีการทำความสะอาด พรมปูพื้น ง่ายๆ แบบรวดเร็ว แนะนำเลยว่ามี 2 วิธีนี้สามารถที่จะช่วยได้อย่างได้ผลและใช้งบประมาณ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผ้าม่าน เป็นของตกแต่งบ้านที่ใครๆ ต่างก็รู้จักเป็นอย่างดี เพราะ "ผ้าม่าน" เป็นของตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับความนิยมน้อยลงเลย และในปัจจุบัน การหาผ้าม่านมาใช้นั้นก็ไม่ได้เรื่องยากอีกต่อไป เราไม่จำเป็นต้องไปจ้างช่างหรือจ้างร้านผ้าม่าน เพื่อมาวัดและตัดผ้าม่านก็ได้ เพราะปัจจุบันนั้น ได้มีการผลิต "ผ้าม่านสำเร็จรูป" ออกมาจำหน่ายและหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้น เราจึงสามารถหาซื้อ ผ้าม่านสำเร็จรูป มาใช้ได้ด้วยตนเอง แต่กระนั้น ด้วยความที่มันเป็นแบบสำเร็จรูปแต่ความต้องการและพื้นที่ที่เราจะใช้ผ้าม่านนั้นไม่ได้สำเร็จรูปไปด้วย ดังนั้น เราจึงต้องมีข้อควรระวังหรือจะต้องใส่ใจในการใช้ผ้าม่านเสียหน่อย ซึ่งในบทความนี้เอง ผมก็ได้เอาสาระดีๆ ที่คุณควรรู้ก่อนที่จะใช้ผ้าม่านมาฝากกันด้วย

ผ้าม่าน

5 สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนซื้อ "ผ้าม่าน"

1. ประเภทของผ้าม่าน

อย่างแรกที่คุณต้องรู้ก่อนที่คุณจะซื้อผ้าม่านมาใช้ด้วยตนเองก็คือ "ประเภทของผ้าม่าน" ผ้าม่านแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะหรือคุณสมบัติของผ้าม่าน คือ 1) ผ้าม่านกันแสง และ 2) ผ้าม่านกรองแสง ซึ่งทั้ง 2 ประเภทก็มีคุณสมบัติตามชื่อของมันเลยครับ ซึ่งสำหรับประเภทของผ้าม่านนั้น ให้คุณพิจารณาจากแสงที่เข้ามายังบ้านคุณ ถ้าแสงเข้ามากก็ต้องใช้ผ้าม่านกันแสง ถ้าแสงเข้าน้อยก็ใช้ผ้าม่านกรองแสงครับ

ผ้าม่านกันแสง

2. รูปแบบของผ้าม่าน

รูปแบบของผ้าม่านนั้นมีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน คือ 1) ผ้าม่านจีบ 2) ผ้าม่านพับ 3) ผ้าม่านม้วน และ 4) มู่ลี่ (มู่ลี่ถือได้ว่าเป็นผ้าม่านรูปแบบหนึ่ง) ซึ่งอันนนี้มันเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลครับ ถ้าให้ดูหรูหราหน่อยก็ต้องผ้าม่านจีบ จะเหมาะที่สุด แต่ถ้าต้องการปรับแสงมากแสงน้อยได้ ก็ต้องมู่ลี่ ถึงจะเหมาะที่สุด

3. ขนาดของผ้าม่าน

เรื่องขนาดของผ้าม่านนั้นจริงๆ ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากครับ แต่เราก็ต้องระมัดระวังเสียหน่อย เราควรซื้อผ้าม่านมาให้ใหญ่หรือมีขนาดที่กว้างและสูงกว่าหน้าต่างหรือพื้นที่ที่เราต้องการใช้ผ้าม่านอย่างน้อย 10-20 เซนติเมตร อย่าไปซื้อพอดีเป๊ะ เพราะในความเป็นจริง ถ้าใช้แบบพอดี แสงมันจะรอดเข้าขอบหน้าต่างมาได้ ดังนั้น ควรซื้อผ้าม่านมาให้ใหญ่กว่าหน้าต่างครับ

ผ้าม่านกรองแสง

4. ความสูงต่ำของผ้าม่าน

อันนี้เป็นเรื่องของขนาดหน้าต่างของแต่ละบ้านครับ ถ้าหน้าต่างบ้านคุณค่อนข้างติดเพดาน ก็ควรติดตั้งผ้าม่านให้เกือบถึงขอบเพดานไปเลยก็จะสวยกว่า แต่ถ้าคุณเหลือระยะระหว่างเพดานกับหน้าต่างค่อนข้างเยอะ ก็ให้ติดตั้งผ้าม่านเหนือขอบหน้าต่างแค่นิดหน่อยครับ ซึ่งก็ต้องดูเรื่องของขนาดผ้าม่านตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 3 ด้วยนะครับ

5. อุปกรณ์ในการติดตั้งผ้าม่าน

สำหรับเรื่องอุปกรณ์ในการติดตั้งผ้าม่านนั้น แนะนำให้ดูจากขนาดความกว้างของหน้าต่างครับ ถ้าหน้าต่างกว้างแนะนำให้ใช้แบบรางเลื่อนจะง่ายและเหมาะสมที่สุดครับ ถ้าเป็นขนาดแคบก็ใช้แบบติดตั้งธรรมดาก็ได้ครับ

ผมหวังว่า สาระความรู้เกี่ยวกับ "ผ้าม่าน" บทความนี้ จะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ และถ้าเห็นว่าบทความนี้ดีก็อย่าลืมเอาไปแชร์กันด้วยนะครับ และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการใช้ผ้าม่านกันนะครับ และสุดท้ายก่อนจากไป แนะนำแหล่งสำหรับใครที่อยากได้สาระดีๆ เกี่ยวกับผ้าม่านก่อนที่จะใช้จริง ท่านสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์นี้เลยครับ ผ้าม่าน มู่ลี่ ม่านม้วน ม่านปรับแสง วอลเปเปอร์ l Curtain Space และอย่าลืมที่จะติดตามอ่านเนื้อหาสาระดีๆ จากบล็อกนี้กันด้วยนะครับ

วอลเปเปอร์ติดผนัง เป็นสินค้าสำหรับตกแต่งผนังบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันและยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เป็นเช่นนั้นก็น่าจะมาจากการที่ "วอลเปเปอร์ติดผนัง" สามารถตอบโจทย์ความต้องการส่วนบุคคลได้ดีกว่าการใช้สีนั้นเอง ดังนั้น วอลเปเปอร์ติดผนังก็เลยได้รับความนิยมค่อนข้างจะมากกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่อย่างหนึ่งก็คือ มันมีลวดลายให้เลือกมากจนเกินไป จนเราไม่รู้ว่า วอลเปเปอร์ติดผนังลายใดที่เหมาะกับเรา หรือเหมาะกับบ้านของเรา ดังนั้น ในบทความนี้จึงได้เอาสาระดีๆ เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเลือกวอลเปเปอร์ติดผนังมาฝากกัน

การเลือก "วอลเปเปอร์ติดผนัง" สำหรับห้องต่างๆ ภายในบ้าน

  1. ห้องพระ : วอลเปเปอร์ติดผนังสำหรับห้องพระที่ดีที่สุด ก็น่าจะไม่พ้น "วอลเปเปอร์ติดผนังลายไทย" อย่างแน่นอน นั้นก็เพราะว่า ลายไทย เป็นลายที่เกิดขึ้นมาเพื่อห้องพระโดยเฉพาะ และยังเป็นลวดลายที่เราค่อนข้างคุ้นตากับอะไรที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ดังนั้น วอลเปเปอร์ติดผนังลายไทย จึงเป็นลายที่เหมาะกับห้องพระมากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าคุณจะเลือกลายอื่นไม่ได้นะครับ แต่ลายไทยมันเหมาะกับห้องพระมากว่าลายอื่นๆ ก็เท่านั้นเอง
  2. ห้องรับแขก : วอลเปเปอร์ติดผนังสำหรับห้องรับแขก เราสามารถเลือกลายอะไรก็ได้ แต่จะต้องคำนึงว่า ห้องรับแขก เป็นห้องที่เป็นหน้าเป็นตาของบ้าน ดังนั้น ในการตกแต่งห้องรับแขก เราควรตกแต่งด้วยลวดลายที่ทำให้ห้องดูดีหรือดูหรูหร่า ก็จะเหมาะเป็นที่สุด ซึ่งแนะนำให้เลือกลายเรียบๆ หรือลายที่มีลวดลายน้อยๆ เน้นโทนสีอ่อนเป็นหลัก ก็จะเหมาะกับห้องรับแขกมากที่สุด อาจจะเป็น "วอลเปเปอร์ติดผนังลายอิฐ" ก็ได้
  3. ห้องอื่นๆ : วอลเปเปอร์ติดผนังสำหรับห้องอื่นๆ ภายในนั้น เราควรเลือกลวดลายที่มันสอดคล้องกับอารมณ์หรือลักษณะการใช้งานของห้องจะดีเป็นที่สุด เช่น ห้องทำงาน เป็นห้องที่เราต้องการความสงบและสมาธิในการทำงาน ดังนั้น วอลเปเปอร์ติดผนังที่เหมาะกับห้องทำงานมากที่สุด ก็คือ วอลเปเปอร์ลายเรียบๆ ดูแล้วเกิดสมาธิ เกิดความสงบ ทำให้สามารถทำได้ดี ราบรื่น เป็นต้น

วอลเปเปอร์ติดผนัง เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและน่าใช้งานเป็นอย่างมาก แต่การใช้วอลเปเปอร์ติดผนั้งนั้น เราควรเลือกให้เหมาะกับห้องต่างๆ ด้วย ถึงแม้ว่าราคามันจะไม่ได้แพงมากมายอะไร แต่เราก็ไม่ควรที่เสียเงินบ่อยๆ เพื่อซื้อมาเปลี่ยน เพราะ วอลเปเปอร์ติดผนังมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนานอยู่แล้ว เราซื้อครั้งเดียวสามารถใช้ไปได้อีกนาน ซึ่งก็ประหยัดเงินดี แต่ถ้าเราเลือกไม่ดี เราก็ต้องเสียเงินเพื่อซื้อวอลเปเปอร์ติดผนังอันใหม่ เพราะมันไม่ถูกใจ ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้น แนะนำให้เลือกให้ดีนะครับ

ที่มา : วอลเปเปอร์ติดผนัง สวยงาม มีระดับ ทุกสไตล์การตกแต่ง - JPS WALLPAPER